งาน Korg Demo 2013 with Marco Parisi สอนผมหลายต่อหลายสิ่ง

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาชมงาน Korg Demo 2013 ในวันนี้ ทั้งที่รู้จักผม และไม่รู้จักผม
ทำให้รู้ว่า มีคนสนใจคีย์บอร์ดมากพอสมควร เราน่าจะสร้าง community เกี่ยวกับเครื่องลิ่มกันได้

งานวันนี้ผมไป stand by ตั้งแต่ 10 โมง ทำให้ได้คุยกับ Marco Parisi จาก Italy และตัวแทนจากญี่ปุ่น คุณ เคียว ของฝั่งไทยก็มีพี่ใหญ่ พี่ต้น และทีมงาน Music Concept

คุณเคียวซัง ตัวแทน Korg Japan

คนจากสองมุมโลก ย่อมมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน คนญี่ปุ่น ไม่ยิ้มซักแอะ เค้าบอกว่าวัฒนะธรรมเค้าเป็นงั้น ต้องไม่ให้คนอื่นรู้ว่าในใจเราคิดอะไร คนไทยเรา ก็ยิ้มใส่เข้าว่า แต่ก่อนไม่เข้าใจ พอทำงานกับต่างชาติ ได้เจออะไรแปลกใหม่ก็เลย อ๋อ โลกนี้มีหลายหลาก มันสนุกมากๆ ส่วน Marco เป็นคนที่พูดอังกฤษฟังง่าย แม้จะติดสำเนียงอิตาลี่ แต่ก็ยังถือว่าไพเราะน่าฟัง ส่วนของเคียวซังฟังติดญี่ปุ่นจ๋า แต่ก็พอฟังได้

Marco บอกว่าหลังจากเสร็จงานที่ไทยกลับไปอิตาลี่จะไปเตรียมคอนเสิร์ตกับนักร้องอิตาเลี่ยน โดยคอนเสิร์ตจัดงานใหญ่ที่ Russia ส่วนตัวเค้าเอง มีโปรเจคว่าจะทำอัลบั้มออกมาสองอัลบั้ม ด้วยกัน โดย อัลบั้มแรกประกอบไปด้วยเพลง cover 5 เพลง และเพลงแต่งในแบบเปียโนสวยๆ 5 เพลง โดยเหตุผลเค้าบอกว่า คนคาดหวังว่าจะเห็นเค้าเล่นเปียโน ในแบบ Beautiful และการที่ใน 1 อัลบั้มมีเพลงที่คนรู้จัก 5 เพลงและเพลงที่คนไม่รู้อีก 5 เพลง มันเป็นสัดส่วนที่ดี … ส่วนอัลบั้ม 2 นั้นจะเป็นอะไรที่ซับซ้อนและมี technical มากกว่า อาจจะมี funky stuff, latin และ dubstep ในแบบที่เค้าชอบอยู่ด้วย

…. เมื่อทำทั้งสองอัลบั้มเสร็จ จึงจะกลับมาทำเว็ปให้เสร็จสมบูรณ์ (ถ้าใครเข้าไปดูเว็บเค้าจะเห็นว่ามัน under construction อยุ่ มีแค่ follow on twitter, facebook, youtube)

ทะเลคีย์บอร์ด มหาศาล

… Marco เป็นคนที่ไม่กินน้ำเย็น เหตุผลคือ กินน้ำธรรมดาจะได้ปริมาณมากกว่าในขนาดแก้วเท่ากัน

… บรรดาพวกเราคุยกันว่า คีย์บอร์ดเป็นเครื่องที่คนไม่ค่อยสนใจ เพราะมันไม่เท่เหมือนกีต้าร์และดูไม่สำคัญ Marco ให้ความเห็นว่า ไม่จริงหรอก ปัจจุบัน มีแนวเพลงหลายแบบที่ทำด้วยคีย์บอร์ด ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ dubstep หรือ electronic ก็ดี ผมก็เสริมว่า เออใช่ๆ อย่าง daft punk เป็นต้น จ๊าบๆ Marco บอกเออดิว่ะ มันจะไม่จ๊าบได้ไง มือกลอง แม่งเป็นคนที่เก่งมาก จำชื่อไม่ได้น่าจะ Omar Hakim. มั้ง คือดัง ส่วนมือเบสให้ Nathan East อัดให้ ระดับนี้เค้าจะเอาอะไรยังไง ก็ต้องได้อยู่แล้ว … และยังแนะนำว่าคนแม่งชอบคิดว่า arranger keyboard แม่งสำหรับพวกคนแก่ เค้าจะเริ่มปลูกฝันความคิดกับเด็กๆ 5 ขวบ 10 ขวบ ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่นะ มันไม่ใช่เครื่องเชยๆ มันต้องคนจ๊าบมากๆ เก่งมากๆเท่านั้น ถึงจะคุมบังเหียนไอ้เครื่องนี้อยู่ ดูกรูเป็นตัวอย่างนี่ ! … นับว่าเป็นคนที่มีความคิดคล้ายๆกันกับผมหลายๆเรื่อง อย่างน้อยๆก็คือ เรื่องของการปลูกฝังความคิดกับเด็กรุ่นใหม่

ถ่ายกับพี่ต้น Music Concept

วันนี้เป็นวันที่คุ้มค่าจริงๆ ผมได้เจอ Hero ในดวงใจเล็กๆ (ผมไม่ได้บอกเค้าหรอกว่าผม crazy เค้าขนาดไหน เดี๋ยวแม่งเหลิง 55) ที่ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนักดนตรีใส้แห้งผม จะได้เจอแบบจ่อๆ ไม่ใช่แบบพวกกรี้ดติ่งเกาหลี แต่เป็นแบบของคนที่ทำงานร่วมกัน ในโลกนี้อาจจะมีมือคีย์บอร์ดเก่งๆ เต็มไปหมด Herbie Handcock เองก็ดี Bob James ก็ดี Jesse Carmichael มือคีย์บอร์ดเก่า maroon 5 ก็ดี หรือ James Blake นักดนตรี electronic แบบลอยออกนอกจักรวาลจากอังกฤษเองก็ดี ที่ว่ามานี้ล้วนเป็นคนที่ผมชื่นชอบทั้งสิ้น แต่คนที่ทำให้ผมตื่นเต้นในการเจอกันที่สุดคือ Marco Parisi นี่แหละ เพราะเค้าเป็น new blood ของวงการเลยทีเดียว

Marco Parisi จาก Korg Italy เป็น Demontrator หลักของงาน เก่งเกินมนุษย์มะนา

เรื่องที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์วันนี้มีมากมายจริงๆ ตัวอย่างเช่น

 

– ถ้าคุณเป็นคนที่เก่งมาก แบบโคตรๆ จัดๆ คุณจะพบว่า เงินที่จะหามาซื้อคีย์บอร์ดตัว Top โคตรแพงนั่น … แม่งไม่ได้จำเป็นเล้ยยย เพราะ เมื่อคุณได้เป็น Demontrator แบบ Marco คุณก็จะพบว่าสิ่งที่คุณต้องคิด ไม่ใช่คิดว่า “เฮ้ย ทำไงกรูจะมี kronos ใช้ว่ะ แม่งแพง shit” แต่มันจะกลายเป็น “เชี่ย กรูมีเครื่องจ๊าบๆเต็มเลยว่ะ ทีนี้กรูจะใช้มันยังไงให้มันสุดโคตรฟ่ะ” … ความคิดมันเปลี่ยนทันที เราเรียก ขั้นกว่า

– โอกาส แปลว่า “เมิงทำเอาซิ” ไม่ได้แปลว่า “อ๋อ แม่งลอยมาจากสวรรค์วิมาร” ผมไม่ได้มางานนี้ในฐานะ Demontrator ของคนไทย เพราะผมซื้อสลากออมสินแล้วถูกมานะครับ มันมาจากผมเริ่มความคิดว่า ผมอยากทำเพลง ผมไม่มีอุปกรณ์ ผมไปยืม korg กับพี่ต้นดีกว่า แล้วเดี๋ยวผมทำ review ให้เค้าด้วยละกัน เราอยากให้คนไทยเล่นดนตรีเยอะขึ้น เราอยากให้พี่ต้นแบบ เออมี review เครื่อง เผื่อไว้ให้ลูกค้าเค้าดู คือ ความคิดเรามันไม่ได้จะเอาจะเอา เราอยากทำเรื่องดีๆให้ประเทศ ให้พวกพ้องเราบ้าง …. นั่นแหละมันก็แบบอะไรที่คล้องกันมาจากนั่นแหละ

– โอกาส จะมีได้ต้องมาจากความพร้อม ความพร้อมจะมีได้ต้องมาจากความคิดที่ว่า “กรูแม่งเก่งสุดโคตร” : เมื่อคุณคิดว่าคุณแม่งเก่งสุดโคตร แม้ความจริงคุณจะเป็นพวกปลายแถวเหมือน ผมก็ตาม แต่เชื่อเถอะ คุณจะมีกำลังในการทำนู่นนี่ พัฒนานู่นนี่ไปด้วยใจได้เอง ถ้าคุณคิดว่าตัวเองห่วยแตก ง่อย ตัวคุณเองคุณยังคิดอย่างงี้ แล้วผีที่ไหนจะมาสิงให้คุณทำเรื่องจ๊าบๆ? ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองเสียก่อน ครับ แล้วลงมือพัฒนา คุณรู้น่าว่าคุณต้องทำอะไร เดี๋ยวมันไปของมันเอง ฝึกซิ ฝึกจนกระทั่งเกิดความพร้อม พอมีโอกาสก็ มันก็แค่กระต่าย มันจะหนีมือเสือไปไหนได้ฟ่ะ

– Marco เป็นคนที่แตกฉานในธรรมชาติของเครื่องดนตรีอื่นๆที่ไม่ใช่เครื่องลิ่มเป็นอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฟังเพลงเยอะแค่ไหน เล่นเยอะแค่ไหน งานนี้ Marco เตรียมความพร้อมดีมาก เค้าสามารถเล่นกีต้าร์ classic ด้วยคีย์บอร์ดให้มีเสียง slide ได้ ให้มีเสียง harmonic ได้ แม้กระทั่งเสียง strum mute ก็ทำได้ ใส่ใจรายละเอียดแม้กระทั่งว่า Guitar style Tommy Emmanuel นั้นจะมีการ tune pitch ที่ไม่ใช่ 440 ซึ่งมันทำให้การฟังดู “สมจริง” มากขึ้น มีการ edit preset มา และเข้าใจระบบมันอย่างนี้ มันทำให้เห็นเลยว่า ฝรั่งกับคนไทย ทำงานต่างกันจริงๆ ความเนียบ ความพร้อม ความใส่ใจ มันคนละ standard จริงๆกับที่ผมเคยเจอ

– วิธีที่จะทำให้ผมเล่นดนตรีได้แตกฉานเท่าตานี่นั้น มีวิธีนึงคือ “ต้องมองดนตรีพวกนี้เป็นแค่อาภรณ์ให้ ออก” ต้องมองว่า มันเป็นเสื้อว่ะ เสื้อ bossa เสื้อ chillout อยากได้อารมณ์ไหนใส่เสื้อนั้น ถ้ายังคงมองว่ามันเป็น skill มันเป็นโน้ตอะไร คอร์ดอะไร มันจะช้ามากๆ และไม่ได้สัมผัสอารมณ์ ง่ายๆก็คือ เหมือนคุณมอง เสื้อว่า โหเชี่ย เสื้อนี้ ถักเส้นใยโพลี่เอสเตอร์ไขว้กันไปรู ปกากบาท เส้นซ้ายทับเส้นขวาก่อน กระดุมเหล็กในแบบของ Levi ยุคคนขุดเหมือง ต้องทำจากทองแดงผสม 90 % …. แทนที่คุณจะมองว่า อ้อ เสื้อสีแดง สวยดีว่ะ เดี๋ยวกรูค่อยไปหาซื้อมาใส่ละกันจบ

– ผมเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ PA900 PA600 อยู่ร่วมสองเดือน ผมคุยกับ Marco 2 ชั่วโมง แทบจะคลอบคลุมทุกอย่างใน 2 เดือนนั่น นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “บางอย่างค้นหาด้วยตัวเอง หาได้ แต่เปลืองเวลา” เพราะเรื่องบางเรื่องที่เราค้นหา อาจจะมีคนอื่นเจอคำตอบมาแล้วเป็นร้อยปีก็เป็นได้ ฉะนั้น มีปาก ก็ถามไป ใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เอาไว้แค่เมาส์เรื่องชาวบ้านอย่างเดียว การเล่นดนตรีก็เหมือนกัน ถ้าอยากเป็นเร็ว เก่งเร็ว ควรจะมีอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ไว้ซักคน

– การได้นั่งดู Marco ตบคีย์ด้านหลังในระยะประชิด 1 เมตร เป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เราไม่ได้จ้องดูแบบ โหย กรูจะเอาโน้ต กรูกระหาย จะแดก แต่เราดูแบบ อ่อ angle ข้อมือแม่งแบบนี้ วิธีคุม dynamic ใช้วิธีถ่ายแรงจากนิ้วสู่ท่อนแขนแล้ว ขยับออกนอกตัว ได้ dynamic แบบเบา ซึ่งเออ มันคุ้มค่ามาก วันนี้ไปเล่นดนตรีเห็นผลเลย ผมเป็นคนโชคดีมาก ไม่ใช่ทุกคนจะได้มีโอกาสไปยืนดูเทคนิคหลังตัว Top และผมเป็นคนนั้น ดู youtube 100 อัน อาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็เป็นได้ อย่างที่ผมบอก “นักดนตรีชั้นเลวสนใจแค่โน้ตกับคอร์ด นักดนตรีชั้นยอดสนใจที่ไดนามิค” คือ เรื่องโน้ตกับคอร์ดมันต้องได้เป็นพื้นแบบเปรี้ยะๆอยู่แล้ว ไม่ต้องมานั่งคิดถึงมันแล้ว อันนี้เรียก “ขั้นกว่า”

– นักดนตรีที่เล่นแล้ว หน้าออกอารมณ์ นั่นแหละคือ นักดนตรีชั้นยอด เหมือนกัน Marco เป็นแบบนั้น

สำหรับท่านที่ไม่ได้ไปดู ก็ต้องขอบอกว่า น่าเสียดาย เพราะไม่รู้ว่าจะมีนักดนตรีเก่งๆจัดๆแบบนี้มาทำอะไรให้ดูอีกหรือเปล่า งานนี้สำหรับผมมันไม่ได้เหมือนงานขายของ แล้วบอกว่าไอ้เครื่องดนตรีเหล่านี้ ของ korg มันทำอะไรได้บ้าง แล้วก็ต้องควักเงินซื้อ แต่มันเป็นงานที่ให้คนที่อยู่ high level กว่าได้มาแสดงออก ได้มาปล่อยกระแสอารมณ์ แล้วผมก็นั่งเสพย์อารมณ์นั้นอย่างอิ่มเอม เพราะมันไม่ได้สำคัญที่เครื่อง มันสำคัญที่ตัวบุคคล และเครื่องดนตรีเป็นแค่เครื่องมือปล่อยกระแสอารมณ์ให้เราสัมผัสเท่านั้น นั่นเองจึงทำให้ดนตรีเป็นสิ่งพิเศษของมนุษย์เสมอ บางคนอาจจะมานั่งดู vdo ย้อนหลังใน tag #korgdemo หรืออะไรก็แล้วแต่ใน instragram ได้ แต่เชื่อเหอะ อารมณ์ที่เกิดตรงนั้น คุณไม่มีทางได้สัมผัสมันหรอก และนั่นเองที่เป็น “สุนทรียะภาพ” เป็นสุนทรียะภาพที่เกิดจากดนตรีอย่างแท้จริง

*** ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆ จากกล้องโปร ของคุณ แจ๊ค ชินจัง จาก patid.com ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ***

เป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับ world class
เป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับ world class

ชม VDO ต่างๆ

อันนี้เล่นกีต้าร์แบบ Tommy Emmanuel คิดดู เล่นด้วยคีย์บอร์ด มีเสียง strum สายด้วย

Leave a Reply